เตรียมรับตรวจ สบส. 2568: มาตรฐานที่สถานดูแลผู้สูงอายุต้องผ่าน
กรม สบส. สั่งตรวจสอบสถานดูแลผู้สูงอายุ 1,203 แห่งทั่วประเทศภายใน 2 เดือน รู้ว่าตรวจอะไร เตรียมเอกสารใด และลดความเสี่ยงสูญเสียใบอนุญาตได้อย่างไร
ภายหลังกรม สบส. เพิกถอนใบอนุญาตสถานดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรีเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2568 รัฐบาลได้สั่งให้ตรวจสอบสถานดูแลผู้สูงอายุที่จดทะเบียนแล้วทั้ง 1,203 แห่งทั่วประเทศให้เสร็จภายใน 2 เดือน ผู้ประกอบการทุกรายจึงควรเตรียมพร้อมก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินเข้าประตู
ทำไม สบส. จึงตรวจสอบครั้งนี้
กรณีที่ถูกร้องเรียนว่ากักขังผู้รับบริการโดยมิชอบ ดำเนินกิจการเกินจำนวนเตียงที่ระบุในใบอนุญาต และมีเวชระเบียนที่ไม่ถูกต้อง ทำให้กรม สบส. ประกาศมาตรการตรวจสอบเชิงรุกทั่วประเทศ การตรวจครั้งนี้อ้างอิงกรอบกฎหมายหลักสองฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และ กฎกระทรวงมาตรฐานด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการบริการ พ.ศ. 2563 ซึ่งครอบคลุมสถานดูแลผู้สูงอายุทุกประเภท
3 ด้านหลักที่เจ้าหน้าที่จะตรวจ
1. สถานที่และกายภาพ
เจ้าหน้าที่จะตรวจว่าอาคาร พื้นที่ใช้สอย และจำนวนเตียงจริงตรงกับที่ระบุในใบอนุญาตหรือไม่ ประเด็นที่พบบ่อย ได้แก่:
- จำนวนเตียงหรือผู้รับบริการเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต
- ขนาดพื้นที่ต่อเตียงไม่ได้มาตรฐานตามกฎกระทรวง
- ห้องน้ำ-ห้องส้วมไม่เพียงพอหรือไม่ติดราวจับ
- ป้ายแสดงชื่อสถานประกอบการและเลขใบอนุญาตไม่ครบหรือไม่อยู่ในจุดที่มองเห็นได้ชัด
2. ความปลอดภัยและระบบฉุกเฉิน
หลังเหตุการณ์กาญจนบุรี ด้านนี้ถูกเน้นตรวจเป็นพิเศษ ให้ตรวจก่อนรับการตรวจโดย:
- ทางออกฉุกเฉินโล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวาง มีป้ายชัดเจน
- ถังดับเพลิงผ่านการตรวจสอบตามรอบและอยู่ในตำแหน่งที่กำหนด
- ระบบเรียกผู้ดูแล (Nurse Call) ใช้งานได้ทุกจุด
- ไม่มีการจำกัดเสรีภาพผู้รับบริการโดยมิได้รับความยินยอมตามกฎหมาย
3. บุคลากรและคุณภาพการให้บริการ
เจ้าหน้าที่จะตรวจอัตราส่วนผู้ดูแลต่อผู้รับบริการ หลักฐานการฝึกอบรม และความครบถ้วนของเอกสารการดูแล ได้แก่:
- แผนการดูแลรายบุคคล (Individual Care Plan) ที่ทบทวนตามรอบ
- บันทึกการดูแลประจำวันที่ถูกต้อง มีวันที่ และลายมือชื่อผู้ดูแล
- หลักฐานการฝึกอบรมบุคลากรตามชั่วโมงที่กฎหมายกำหนด
- บันทึกเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์และมาตรการแก้ไขที่ดำเนินการแล้ว
เอกสารที่ต้องเตรียมให้พร้อม
จัดทำแฟ้มเอกสารชุดเดียวไว้รอ เพื่อให้หยิบได้ทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง:
- ใบอนุญาตประกอบกิจการ พร้อมหลักฐานการต่ออายุ (ถ้ามี)
- ทะเบียนผู้รับบริการ พร้อมข้อมูลสุขภาพที่เป็นปัจจุบัน
- แผนการดูแล (Care Plan) รายบุคคลของผู้รับบริการทุกคน
- บันทึกการดูแล (Care Notes) ย้อนหลังอย่างน้อย 3 เดือน
- หลักฐานการฝึกอบรมบุคลากรทุกคน (ใบวุฒิบัตร หรือ Training Log)
- สัญญาการรับบริการ ของผู้รับบริการแต่ละราย
- บันทึกเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา
ระบบบันทึกข้อมูลผู้รับบริการและบันทึกการดูแลแบบดิจิทัลช่วยให้ค้นหาและพิมพ์เอกสารได้ทันทีโดยไม่ต้องค้นแฟ้มกระดาษ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการตรวจ
ผู้ประกอบการหลายรายเตรียมด้านกายภาพได้ดี แต่ผิดพลาดในส่วนของเอกสารและบุคลากร:
- บันทึกการดูแลไม่สมบูรณ์ เช่น ไม่มีวันที่ ขาดลายมือชื่อ หรือข้อมูลไม่ตรงกับสภาพผู้รับบริการจริง
- จำนวนเตียงหรืออัตราส่วนบุคลากรไม่ตรงกับใบอนุญาต โดยเฉพาะช่วงกลางคืนและวันหยุด
- Care Plan ล้าสมัย ไม่ได้ทบทวนตามรอบที่กำหนด แม้สภาพผู้รับบริการจะเปลี่ยนไปแล้ว
- ใบรับรองการอบรมของบุคลากรหมดอายุ หรือยังไม่ครบชั่วโมงตามที่กฎหมายกำหนด
การใช้ระบบจัดตารางกะบุคลากรช่วยให้มีหลักฐานอัตราส่วนการดูแลที่ค้นหาและพิมพ์ได้ทันที พร้อมแจ้งเตือนเมื่อกะขาดผู้ดูแลตามมาตรฐาน
ก้าวแรกที่ทำได้ตอนนี้
สำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้รับการแจ้งกำหนดตรวจ ให้เริ่มจาก 4 ข้อนี้ก่อน:
- ตรวจนับจำนวนเตียงและผู้รับบริการปัจจุบัน เทียบกับที่ระบุในใบอนุญาต
- สุ่มตรวจบันทึกการดูแลของผู้รับบริการ 5 รายว่าครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน
- ตรวจสอบวันหมดอายุของใบรับรองการอบรมบุคลากรทุกคน
- เดินตรวจสอบระบบฉุกเฉิน ทางหนีไฟ และถังดับเพลิงทั่วอาคาร
การเตรียมพร้อมล่วงหน้าไม่เพียงช่วยให้ผ่านการตรวจ แต่ยังสะท้อนถึงมาตรฐานการดูแลที่ผู้รับบริการและครอบครัวไว้วางใจได้จริง หากต้องการปรึกษาเรื่องการจัดระบบเอกสารและบันทึกการดูแลให้พร้อมรับการตรวจ ทีมงาน Caleo ยินดีให้คำแนะนำโดยไม่มีค่าใช้จ่าย